[close]
หน้าแรกสุขภาพดีบุคลิกดีงานดีเงินดีสังคม-เดินทางความสัมพันธ์ท่องเที่ยวเว็บบอร์ดเกี่ยวกับเรา

ทำไมเราไม่รู้ว่าจะเรียนหรือทำงานอะไร...ทำไมไม่รู้จักตัวเอง

ทำไมเราไม่รู้ว่าจะเรียนหรือทำงานอะไร...ทำไมไม่รู้จักตัวเอง

          พี่คะหนูจะเรียนอะไรดีคะ ? พี่คะหนูจะทำงานอะไรดีคะ ? ตอนนี้เรียนจบแล้วค่ะแต่ที่เรียนมาไม่ชอบ รู้แต่ว่าไม่ใช่ ไม่รู้จะทำอะไรดี ? ตอนนี้ทำงานแล้วค่ะไม่มีความสุขเลย อยากเปลี่ยนงานแต่ไม่รู้ว่าตัวเองชอบทำอะไร อยากทำอะไรหรือควรทำงานอะไรดีคะ ?

          นี่เป็นคำถามยอดนิยมของเด็ก ๆ (หรือแม้กระทั่งผู้ใหญ่) ที่ไม่รู้จักตัวตนของตัวเองในมุมมองอาชีพแล้วคอยตั้งคำถามนี้กับพ่อแม่ บ่นกับเพื่อนฝูง ถามคุณครู ถามหมอดู ถามผู้ (ที่คิดว่า) รู้  แต่ไม่ค่อยจะมีใครถามนักจิตวิทยา (ทั้ง ๆ ที่เรามีศาสตร์และศิลป์ทางนี้มาเนิ่นนาน)

 

ทำไมเราไม่รู้ว่าจะเรียนหรือทำงานอะไร...ทำไมไม่รู้จักตัวเอง

          ทำไมคนเหล่านี้ หรือแม้แต่ตัวคุณเองจึงไม่รู้ว่าตัวเองควรทำอาชีพอะไร ? นั่นอาจจะเป็นเพราะพวก
เราไม่เคยใส่ใจตัวเองอย่างจริงจังและได้แต่เรียนโดยไม่มีเวลาหยุดคิดสักนิดว่าจะทำการงานอะไรต่อไปในอนาคต เราเรียนเพื่อสอบ เราสอบเพื่อจบ หรือบางคนสอบเพื่อเรียนต่อในสถาบันดีดี แต่ไม่ใช่เรียนเพื่อนำความรู้ก้าวสู่การมีอาชีพที่เรามุ่งมั่นปรารถนาจะทำเพื่ออนาคตของเรา (เท่าที่เคยพบมาบางคนก็เรียนมาเรื่อย ๆ แบบไม่ได้คิดอะไรจนจบปริญญาตรี หรือบางคนขี้เกียจคิดยาวกระทั่งจบปริญญาโทจึงมาสะดุดขาตัวเองว่า... เรียนมาแล้วจะทำงานอะไร ?)

          อาจจะถือได้ว่าพวกเรามีพัฒนาการทางความคิดเชิงอาชีพไม่ครบถ้วนก็เป็นได้นะคะ เพราะตามทฤษฎีพัฒนาการอาชีพของกินซ์เบิร์ก (1951) แล้ว มนุษย์จะมีช่วงแห่งการสนใจและศึกษาตนเองทางด้านอาชีพมาตั้งแต่ 6 ขวบแล้ว เรียกว่าอยู่ในช่วงเพ้อฝัน ตอนนั้นเราอาจจะอยากเป็นซูเปอร์แมน อยากเป็นนางงาม หรืออยากเป็นนักธุรกิจเท่ห์ ๆ เหมือนพ่อ อยากแต่งตัวไปทำงานเหมือนแม่ (ข้าพเจ้าลงทุนปีนรองเท้าส้นสูงของแม่แล้วก็เอากระเป๋าสะพายของแม่มาถือลากพื้นอีกต่างหาก (จุ๊ ๆ อย่าบอกแม่นะคะ) บางคนอยากเป็นครูเหมือนคุณครูที่เราเจอ หรืออยากเป็นกระเป๋ารถเมล์แบบที่เราเห็นอยู่ทุกวัน หรืออยากเป็นอะไรแปลกประหลาดอีกหลายสิ่งตามแต่จินตนาการเพ้อฝันในวัยเด็กของเราค่ะ (ซึ่งแปลกแต่จริง...ตอนนั้นเราก็สามารถตอบได้เต็มปากว่าเราอยากเป็นอะไร ทำงานอะไรในอนาคตแต่ดันมางงตัวเองเอาตอนโต)

          จากนั้นพออายุ 12 ปี เราก็จะเริ่มเข้าสู่ระยะที่เป็นแนวโน้มเข้าสู่ความเป็นจริงทางวิชาชีพ เราจะค่อย ๆ ก้าวเข้าสู่โลกที่ชัดเจนขึ้นเป็นจริงขึ้นแต่ยังไม่ถึงขนาดรู้จักชัดเจนในอาชีพ คืออาจจะเริ่มรู้แล้วว่าชอบอะไร ทำอะไรได้หรือไม่ได้ กระทั่งเมื่ออายุ 18 ปีขึ้นไปเราควรจะอยู่ในระยะที่เป็นจริงคือสามารถค้นหาตัวเองจนตกผลึกและถึงขั้นเฉพาะเจาะจงได้แล้วว่าเราเป็นใครและอยากทำอาชีพอะไร ทั้งนี้ หากมองตัวเองชัด ๆ หลายคนอาจจะเลิกตั้งคำถามกับตัวเองและหยุดมองตัวเองแบบชัด ๆ ไปตั้งแต่คุณครูตอนประถมถามว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไรแล้วก็ได้

  

  ทำไมพวกเราถึงได้ไม่รู้จักตัวเองและเลิกตั้งคำถามสำคัญนี้กับตัวเอง ?

          ก็คงเป็นเพราะว่าเราไม่เคยตระหนักว่าการศึกษามีมาเพื่อส่งเสริมให้เรามีความรู้ในการประกอบอาชีพและดำรงชีวิตต่อไปในอนาคต และการศึกษาที่แท้นั้นคือการศึกษาเข้าไปในหัวใจของเราว่า เรานั้นเป็นใคร ต้องการอะไร น่ะสิคะ

          เราไม่เคยตั้งคำถามกับตัวเองแบบจริงจังเลยว่าตัวเองมีความชอบ ความสามารถ หรือความสนใจในการประกอบวิชาชีพไหนเป็นพิเศษ เพราะว่าเรามัวแต่เรียนตามเพื่อน มุ่งมั่นจะทำตามความฝันพ่อแม่ เรียนรู้ว่าเรียนให้ผ่าน ๆ ไปเพื่อเอาตัวรอด แต่ไม่เคยเรียนเพราะชอบ สนใจมาก มีความสามารถพิเศษที่ตรงเป๊ะกับหัวจิตหัวใจของเรา หรือรู้แน่แท้แล้วว่าตลาดแรงงานจะต้องการวิชาชีพนี้มาก ๆเราเรียนไปไม่ตกงานแน่นอน ที่สำคัญค่านิยมการเรียนต่อมหาวิทยาลัยในประเทศเราหนักแน่นและมั่นคงมาก เรียกว่าถ้าเด็กเรียนดีเรียนได้ให้ขึ้นมัธยมสี่ต่อปริญญาตรีให้หมด ส่วนพวกเรียนสายอาชีพที่แม้ส่วนหนึ่งจะเป็นผู้โชคดีที่รู้จักตัวเองเป็นอย่างดี รู้แล้วว่าชอบอะไร มีความสามารถแบบไหนและมุ่งตรงเข้าทางลัดสู่การเรียนที่เน้นหนักปฏิบัติได้ทำงานเป็นแบบช่างศิลป์ พาณิชย์ หรือ บัญชี ฯลฯ แต่ก็ไม่ได้เป็นแนวที่สังคมเรายอมรับหรือสนใจใฝ่ฝันให้ลูกเต้าได้เข้าร่ำเรียน ที่น่าสนใจมากกว่านั้นคือ ผลปรากฎว่าเมื่อเรียนจบออกมาแล้วตลาดแรงงานกลับต้องการเด็กสายอาชีพที่ "เป็นงาน" มากกว่าบัณฑิตปริญญาตรีที่เดินเล่น kick dust สั่งสมประสบการณ์กันฝุ่นตลบนี่นะสิคะ


          อันที่จริงการศึกษาเล่าเรียนและการทำงานหากเรามุ่งมองในอีกแบบ แบบที่เราจะใช้ในการดำรงชีวิต แบบที่เราจะสามารถมีความสุขกับมันได้อีกอย่างน้อย 30 ปีหลังจากเรียนจบ ทุกเช้าตื่นขึ้นมาเจอเรื่องแบบเดิม บรรยากาศแบบที่เราอยากจะมี อยากจะเป็น อยากจะพบเจอ อยู่กับสิ่งที่ทำให้เราเป็นคนเต็มคนและมีความสุขสนุกกับงาน อาชีพที่เราเห็นค่าของเงินน้อยกว่าความสุขที่ได้รับจากการอยู่กับมัน แม้เวลาเหนื่อยก็ยังชื่นใจและมีความสุขกับอุปสรรคปัญหาที่เผชิญอยู่...นั่นจะเป็นสวรรค์น้อย ๆ เลยล่ะค่ะว่าไหม


ขอขอบคุณข้อมูลจาก: http://www.praew.com/

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก: www.slate.com, www.searchjobsabroad.com, www.theyogablog.com

กลับหน้าแรก >>


Tags : งาน อาชีพ อนาคต ทำงาน เรียน

วัตถุประสงค์ในการจัดทำ www.health4win.com
www.health30up.com
www.homecare-dd.com
RR2
RR3
RR4
ติดต่อเรา-โฆษณา
แนะนำกิจกรรมเด่น
« October 2017»
SMTWTFS
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031    
RR1
RR6
RR8
คำนวณดัชนีสุขภาพ
การคำนวณอัตราการเต้นหัวใจเป้าหมาย
การคำนวณดัชนีมวลกาย
การคำนวณอัตราการใช้พลังงานในแต่ละวัน
การวัดดัชนีมวลกายและเส้นรอบเอว
การคำนวณหาระดับไขมันที่เหมาะสม
การคำนวณหาความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจ
สมัครสมาชิก
อัลบั้มรูปและภาพกิจกรรม
บทความแนะนำ
6 กลเม็ดเคล็ดลับการลดน้ำหนักด้วยอาหารเสริมให้ได้ผล
ดูซีรีส์ ก่อนนอนจะดีเหรอ
ดื่มชาเขียวยังไง ให้ช่วยลดน้ำหนัก
ย้อมสีผมเป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือไม่
เสริมราศีด้วยแฟชั่นการแต่งตัวตาม 12 ราศี
9 อาหารมีประโยชน์ ลดโคเลสเตอรอล
สานสัมพันธ์อย่างไร...ให้ดูน่ารัก
วัฒนธรรมการกิน
วิธีการจัดกระเป๋าเดินทางแบบมือโปร
สุดยอดอาหารต่างประเทศ 5 ชนิด ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ
ฝากข่าวประชาสัมพันธ์


ข้อมูลสุขภาพน่ารู้ จากเว็บเพื่อนบ้าน

จดหมายข่าว

กรอก Email เพื่อรับข่าวสาร
 

Poll

คุณอยากให้เว็บไซต์สุขภาพโดยทั่วไป มีเนื้อหาในส่วนใดมากที่สุด
ก. เทคนิคการดูแลสุขภาพกาย
ข. เทคนิคการดูแลสุขภาพใจ
ค. โรคและการป้องกัน
ง. ความรู้เรื่องการกินอาหาร
จ. อาหารเสริม
ฉ. แพทย์ทางเลือก
ช. กินท่องเที่ยวสไตล์รักสุขภาพ
By
รหัสยืนยัน :

Result
 

หน้าแรก  l  สุขภาพดี  l  บุคลิกดี  l  งานดี  l  เงินดี  l  ความสัมพันธ์ดี  l  สาระดีจาก YouTube  l  สังคม-เดินทา

ท่องเที่ยว  l  เกี่ยวกับเรา  l  ติดต่อเรา - โฆษณา  l  ฝากข่าวประชาสัมพันธ์  l  สมัครสมาชิก
 
  
view